ฉันเป็นอีกคนที่มีปัญหาผมหรือเปล่า หรือผมฉันยังดีอยู่มั้ยเนี่ย คำถามเหล่านี้น่าจะก้องอยู่ในหัวของใครหลายคน รวมถึงบางทีก็โดนเพื่อนทักถึงความเปลี่ยนแปลงของผมในทางที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ จนเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ และพาลคิดหนักไปว่า เอ๊ะ! หรือว่าเราจะมีปัญหาเรื่องผมจริงๆ ซึ่งคำถามเหล่านี้บางทีเราก็หาคำตอบได้ง่ายๆ ขอแค่เราลองสังเกตตัวเองบ้าง เพราะถ้าเรามีปัญหาอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผม ร่างกายอันสุดยอดของเราจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้เรารู้อย่างแน่นอน งั้นลองมาดูกันว่า สัญญาณไหนบ้างที่ร่างกายส่งสัญญาณ SOS ให้เรารู้
1.ไลน์ผมเริ่มถอยร่น
จากเดิมที่ไลน์ผมเคยอยู่ในแนวปกติกำลังดี เข้ากับหน้าเรา แต่มาวันนี้เวลาส่องกระจกก็จะเห็นไลน์ผมอาจจะเริ่มถอยไปเรื่อยๆ จากช่วงหน้าผากไปอยู่แถวๆขมับ ห่างจากคิ้วไปเรื่อยๆ ก็ให้รู้ไว้เลยนี่หละ ปัญหาผมมันมาแล้ว แต่บางครั้งหลายคนไม่ค่อยได้เห็นสัญญาณนี้กันสักเท่าไหร่ เพราะไลน์ผมมันจะค่อยๆถอยไปทีละเล็กทีละน้อย ถ้าเราไม่สังเกต บางทีมาเห็นอีกทีไลน์ผมเราก็ไปไกลเสียแล้ว โดยเฉพาะเหล่าบรรดาคุณผู้ชาย ดังนั้นลองเอารูปถ่ายแต่ละช่วงมาลองเทียบๆกันดูบ้าง เราก็น่าจะพอเห็นความเปลี่ยนแปลง หรืออาจจะถ่ายรูปในแต่สัปดาห์หรือแต่ละเดือนเพื่อจับตาดูสัญญาณนี้เลยก็ได้
2.ผมร่วงมากผิดปกติ
โดยปกติในชีวิตประจำวันคนเราผมจะร่วงเป็นปกติธรรมดาอยู่ที่ประมาณ 50-100 เส้นต่อวัน แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณเริ่มสังเกตเห็นผมร่วงมากกว่าเดิม นั่นก็แปลว่าคุณน่าจะมีปัญหาเรื่องผมแล้ว โดยอาจจะเริ่มสังเกตจากผมที่ติดหมอน หรือเวลาใช้มือสางผม หวีที่ใช้หวีผม ลองคอยสังเกตจำนวนเส้นผมที่หลุดร่วงออกมาว่ามีจำนวนมากผิดปกติหรือไม่ ก็พอจะช่วยทำให้เราเห็นสัญญาณของปัญหาผมได้ แต่มากไปกว่านั้นจริงๆ แล้วอาการผมร่วงก็อาจจะส่อปัญหาอื่นๆ ในร่างกายได้ด้วย ดังนั้นถ้าผมร่วงมากเกินไปจนน่าตกใจ เราก็น่าจะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบ้างก็ดี เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด
3.ผมเริ่มบางลง
ทั้งหลายบริเวณทั่วศีรษะหรืออาจจะบางเป็นหย่อมๆ ก็คืออีกสัญญาณที่ร่างกายเราส่งมาให้เรารู้ ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหานี้มักเริ่มต้นจากกลางศีรษะก่อน และค่อยๆ เกิดขึ้นทีละนิดจนเห็นได้ชัด แต่ถ้าใครไม่ค่อยได้สนใจดูตรงกลางศีรษะมากนัก ก็อาจจะมาเห็นสัญญาณนี้เมื่อผมร่วงหายไปมากจนใครๆก็สังเกตเห็นได้ ดังนั้นลองถ่ายรูปตัวเองโดยหันหลังให้กระจกในห้องน้ำก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับใครหลายคนที่ยังโสด แต่ถ้าใครพอจะมีคนใกล้ตัวบ้างก็ลองให้คนๆนั้นช่วยคุณสังเกตด้านกลางและหลังศีรษะของคุณก็ดีไม่น้อยทีเดียว เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันไม่ให้ผมบางไปมากกว่าเดิม จนกลายเป็นปัญหากวนใจ
4.ผมเริ่มไม่ตอบสนองต่อสิ่งบำรุงผมและการจัดแต่งทรงผม
ปกติแล้วถ้าใช้น้ำมันบำรุงผม เซรั่มหรือวิตามินบำรุงผมแล้วรีดผม หรือไดร์ ผมเราก็จะดูดี และไม่ยุ่งเหยิง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่วิตามินผม เซรั่มหรือน้ำมันบำรุงที่ใช้เริ่มไม่ได้ผล ผ่านไปสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงผมที่เคยดีได้ทรงกลับยุ่งเหยิงยากที่จะจัดทรง หรือผมชี้ฟูหลังไดร์ผมแทนที่ผมจะได้ทรงสลวย หรือไม่ก็จัดทรงยากซะเหลือเกิน นี่ก็เป็นอีกสัญญาณที่ต้องจับตา
5.อาการคันศีรษะ
โดยปกติแล้วเซลล์ผิวหนังของศีรษะเราจะมีการผลัดเซลล์อย่างสม่ำเสมอเป็นปกติซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเริ่มมีรังแคเห็นสะเก็ดขาวบนศีรษะคล้ายหิมะหรือสะเก็ดแผ่นๆบนเส้นผมหรือหนังศีรษะนั่นก็แปลว่าหนังศีรษะเราเริ่มมีปัญหาและก็มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาผมร่วงตามมาได้ เพราะเมื่อบนศีรษะของเรามีรังแคสะสมเป็นจำนวนมากมันจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนหรือต่อมไขมันบริเวณศีรษะจนก่อปัญหาผมขึ้นมาได้ ดังนั้นอย่าลืมดูแลหนังศีรษะของเราให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ เพราะจะได้ไม่ต้องมากลุ้มใจเมื่อมันสร้างปัญหาเรื่องผมให้หนักใจ
6.ผมแตกปลาย
หลายคนโดยเฉพาะคนที่ชอบใช้ที่หนีบผมให้ตรง หรือไดร์เป่าผม รวมทั้งใช้สารเคมีกับผมเป็นประจำก็น่าจะเห็นผมแตกปลายกันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้วิธีเล็มออก เพื่อให้คงส่วนที่ดูดีไว้ แต่รู้หรือไม่ นั่นคือตัวบ่งบอกปัญหาผมอย่างหนึ่งว่าผมเราอ่อนแอ ขาดความชุ่มชื้น หรือสารอาหารที่ไปเลี้ยงผมอาจไม่เพียงพอ รู้แบบนี้แล้วก็ควรพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ผมอ่อนแอ และอย่าลืมบำรุงผมให้ผมสุขภาพดีและแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก
จากทั้งหกข้อ หลายคนคงเริ่มจับสัญญาณบางอย่างที่ร่างกายเราเตือนเกี่ยวกับปัญหาผมได้ ยิ่งถ้าใครเห็นสัญญาณได้เร็วเท่าไร แล้วรีบแก้ไข ปัญหาเรื่องผมก็คงจะหายไปได้ในไม่ช้า แต่ถ้าใครรู้ใครเห็นแต่ไม่ใส่ใจ ก็ระวังว่าผมสวยจะกลายเป็นผมเสีย และอาจจะลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ สุดท้ายกลายเป็นไม่มีผม ดังนั้นเมื่อพอรู้สาเหตุแล้วก็จงเฝ้าระวัง และแก้ไขก่อนที่จะต้องเสียผมไปอย่างถาวร